ข้ามไปเนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบ CPA กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1 พร้อมเฉลย

ชุดซ้อมหัวข้อนี้ 36 ข้อ · ใน 3 ชุด · เฉลยพร้อมคำอธิบายทุกข้อ

หัวข้อ “กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1” เป็นส่วนหนึ่งของการสอบผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) บน TUE.expert มีข้อซ้อมหัวข้อนี้ 36 ข้อ อยู่ใน 3 ชุดซ้อม ด้านล่างคือตัวอย่าง 5 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ลองตอบเองก่อน แล้วกด “ดูเฉลย” ใต้แต่ละข้อเพื่อตรวจคำตอบ

ตัวอย่างข้อสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1 5 ข้อ

  1. 1. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1087 ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกใดในห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีสิทธิเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ

    • A. หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดเท่านั้น
    • B. หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้น
    • C. หุ้นส่วนจำพวกใดก็ได้ตามที่ที่ประชุมหุ้นส่วนมีมติ
    • D. บุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนแต่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการ
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ B — หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้น

    มาตรา 1087 บังคับว่าเฉพาะหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้นที่เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้ ตัวเลือก A ผิดเพราะขัดกับหลักการที่ต้องการให้ผู้มีความรับผิดไม่จำกัดเป็นผู้ควบคุมการจัดการ

  2. 2. ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายในกี่เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี

    • A. 6 เดือน
    • B. 9 เดือน
    • C. 12 เดือน
    • D. 15 เดือน
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ C — 12 เดือน

    มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อนนั้นเป็นต้นไป ตัวเลือกอื่นไม่ตรงกับระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด [หมายเหตุการตรวจทาน: ตัวเลือกถูก (12 เดือน) แต่เฉลยอ้างมาตราผิด การปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนอยู่ในมาตรา 10 ไม่ใช่มาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 (มาตรา 12 ว่าด้วยการส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ผู้ทำบัญชี)]

  3. 3. นายมานะและนายมงคลร่วมกันจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยนายมานะเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดและนายมงคลเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดลงหุ้น 100,000 บาท แต่ทั้งสองยังมิได้นำห้างหุ้นส่วนไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน หากห้างหุ้นส่วนก่อหนี้กับบุคคลภายนอกและมีทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ นายมงคลต้องรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนอย่างไร

    • A. รับผิดจำกัดไม่เกิน 100,000 บาทตามจำนวนที่ลงหุ้นไว้ เนื่องจากเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด
    • B. ไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเลย เพราะห้างหุ้นส่วนยังไม่จดทะเบียนจึงไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคล
    • C. ต้องร่วมรับผิดกับนายมานะในหนี้ทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน เนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ยังมิได้จดทะเบียนต้องถือเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ
    • D. รับผิดกึ่งหนึ่งของหนี้ทั้งหมดร่วมกับนายมานะตามสัดส่วนผู้เป็นหุ้นส่วนสองคน
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ C — ต้องร่วมรับผิดกับนายมานะในหนี้ทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน เนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ยังมิได้จดทะเบียนต้องถือเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ

    ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1079 ห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งมิได้จดทะเบียนให้ถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจึงต้องร่วมกันรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัดจำนวน สิทธิจำกัดความรับผิดของนายมงคลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อห้างหุ้นส่วนได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น

  4. 4. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1068 ผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งออกจากห้างหุ้นส่วนสามัญไปแล้ว ยังคงต้องรับผิดในหนี้ที่ห้างหุ้นส่วนก่อขึ้นก่อนตนออกจากหุ้นส่วน หากเจ้าหนี้จะฟ้องเรียกให้ชำระหนี้ดังกล่าวจากหุ้นส่วนที่ออกไปแล้วนั้น ต้องฟ้องภายในระยะเวลาเท่าใดนับแต่วันที่ออกจากหุ้นส่วน

    • A. 1 ปี
    • B. 2 ปี
    • C. 5 ปี
    • D. 10 ปี
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ B — 2 ปี

    มาตรา 1068 กำหนดว่าการฟ้องเรียกให้หุ้นส่วนที่ออกไปแล้วรับผิดในหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนออกจากหุ้นส่วนต้องกระทำภายในสองปีนับแต่วันออกจากหุ้นส่วน มิใช่อายุความทั่วไปสิบปีหรือห้าปีตามที่มักเข้าใจผิด

  5. 5. บริษัทมหาชนจำกัดแห่งหนึ่งมีหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด 10,000,000 หุ้น ผู้ถือหุ้นกลุ่มหนึ่งจำนวน 20 คน ถือหุ้นรวมกัน 1,200,000 หุ้น ต้องการเข้าชื่อกันทำหนังสือขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมวิสามัญ กรณีนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 หรือไม่

    • A. เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เพราะถือหุ้นรวมกันเกินหนึ่งในสิบของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดแล้ว
    • B. เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เพราะมีผู้ถือหุ้นรวมกันเกินสิบห้าคน
    • C. ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เพราะถือหุ้นไม่ถึงหนึ่งในห้าของหุ้นทั้งหมด และมีจำนวนผู้ถือหุ้นไม่ถึงยี่สิบห้าคนตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับกรณีถือหุ้นไม่ถึงหนึ่งในห้า
    • D. ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เพราะกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทก่อนเสมอ
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ A — เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เพราะถือหุ้นรวมกันเกินหนึ่งในสิบของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดแล้ว

    มาตรา 100 กำหนดสองทางเลือกคือ ถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของหุ้นทั้งหมดโดยไม่จำกัดจำนวนคน หรือผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าคนซึ่งถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ กรณีนี้มีเพียง 20 คนถือ 1,200,000 หุ้นคิดเป็นร้อยละ 12 ซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขทั้งสองทาง ตัวเลือก A ผิดเพราะละเลยเงื่อนไขจำนวนคนขั้นต่ำยี่สิบห้าคน [ตรวจทานแล้ว: เฉลยเดิม C → A — ใช้กฎหมายที่ถูกยกเลิกแล้ว มาตรา 100 ถูกแก้ไขโดยคำสั่งหัวหน้า คสช ที่ 21/2560 เหลือเพียงเงื่อนไขเดียวคือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งหรือหลายคนถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละสิบ ไม่มีเกณฑ์ยี่สิบห้าคนหรือหนึ่งในห้าอ]

ทำต่อแบบจับเวลา

ส่งแล้วเห็นคะแนนรายวิชาทันที ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบาย

เริ่มทำฟรี 12 ข้อ ไม่ต้องสมัคร →

ชุดรวม CPA Thailand

3 ชุด · 327 ข้อ · จ่ายครั้งเดียว ฿149

ใช้ได้ตลอดสำหรับชุดที่มีในวันที่ซื้อ

ดูชุดรวม ฿149 →

ชุดซ้อมที่มีหัวข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1

หัวข้ออื่นในแนวข้อสอบ CPA

ดูแนวข้อสอบทั้งหมดได้ที่ หน้า CPA Thailand