ข้ามไปเนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบ CPA การสอบบัญชี 1 พร้อมเฉลย

ชุดซ้อมหัวข้อนี้ 42 ข้อ · ใน 3 ชุด · เฉลยพร้อมคำอธิบายทุกข้อ

หัวข้อ “การสอบบัญชี 1” เป็นส่วนหนึ่งของการสอบผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) บน TUE.expert มีข้อซ้อมหัวข้อนี้ 42 ข้อ อยู่ใน 3 ชุดซ้อม ด้านล่างคือตัวอย่าง 5 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ลองตอบเองก่อน แล้วกด “ดูเฉลย” ใต้แต่ละข้อเพื่อตรวจคำตอบ

ตัวอย่างข้อสอบการสอบบัญชี 1 5 ข้อ

  1. 1. วิธีวิเคราะห์เปรียบเทียบ (Analytical Procedures) ตามมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 520 เมื่อนำมาใช้ในขั้นตอนการสอบทานโดยรวมก่อนสรุปผลการตรวจสอบ (ขั้นตอนใกล้สิ้นสุดงาน) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสิ่งใด

    • A. เพื่อช่วยให้ผู้สอบบัญชีสรุปผลว่างบการเงินโดยรวมสอดคล้องกับความเข้าใจในกิจการหรือไม่
    • B. เพื่อใช้แทนที่การทดสอบรายละเอียดของยอดคงเหลือที่มีสาระสำคัญทั้งหมด
    • C. เพื่อใช้เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวในการแสดงความเห็นต่องบการเงิน
    • D. เพื่อประเมินความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชีก่อนออกรายงาน
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ A — เพื่อช่วยให้ผู้สอบบัญชีสรุปผลว่างบการเงินโดยรวมสอดคล้องกับความเข้าใจในกิจการหรือไม่

    TSA 520 กำหนดให้ผู้สอบบัญชีออกแบบและปฏิบัติวิธีวิเคราะห์เปรียบเทียบในช่วงใกล้สิ้นสุดการตรวจสอบ เพื่อช่วยสรุปว่างบการเงินโดยรวมสอดคล้องกับความเข้าใจในกิจการของผู้สอบบัญชีหรือไม่ มิใช่เพื่อทดแทนการทดสอบรายละเอียดทั้งหมดหรือใช้เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวตามตัวเลือก B และ C

  2. 2. กิจการแห่งหนึ่งมีรายได้จากการขายสำหรับปี 40,000,000 บาท ผู้สอบบัญชีกำหนดความมีสาระสำคัญโดยรวม (overall materiality) ที่ร้อยละ 1 ของรายได้ และกำหนดความมีสาระสำคัญในการปฏิบัติงาน (performance materiality) ที่ร้อยละ 70 ของความมีสาระสำคัญโดยรวม ความมีสาระสำคัญในการปฏิบัติงานมีจำนวนเท่าใด

    • A. 280,000 บาท
    • B. 400,000 บาท
    • C. 120,000 บาท
    • D. 700,000 บาท
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ A — 280,000 บาท

    ความมีสาระสำคัญโดยรวมคำนวณได้ 40,000,000 x 1% เท่ากับ 400,000 บาท และความมีสาระสำคัญในการปฏิบัติงานเท่ากับ 400,000 x 70% เท่ากับ 280,000 บาท ส่วน 400,000 บาทเป็นเพียงค่าความมีสาระสำคัญโดยรวมซึ่งไม่ใช่คำตอบที่โจทย์ถาม

  3. 3. เหตุผลสำคัญที่ผู้สอบบัญชีต้องกำหนดระดับความมีสาระสำคัญในการปฏิบัติงาน (performance materiality) ให้ต่ำกว่าระดับความมีสาระสำคัญโดยรวมตาม TSA 320 คือข้อใด

    • A. เพื่อลดความเสี่ยงที่ผลรวมของข้อมูลที่แสดงขัดต่อข้อเท็จจริงซึ่งไม่ได้ปรับปรุงหรือตรวจไม่พบ จะมีจำนวนเกินระดับความมีสาระสำคัญโดยรวม
    • B. เพื่อให้สามารถลดปริมาณงานตรวจสอบและระยะเวลาในการปฏิบัติงานลง
    • C. เพื่อให้ผู้สอบบัญชีสามารถเลี่ยงการแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไขได้ง่ายขึ้น
    • D. เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงจากการควบคุมที่ประเมินไว้สูงเสมอ
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ A — เพื่อลดความเสี่ยงที่ผลรวมของข้อมูลที่แสดงขัดต่อข้อเท็จจริงซึ่งไม่ได้ปรับปรุงหรือตรวจไม่พบ จะมีจำนวนเกินระดับความมีสาระสำคัญโดยรวม

    performance materiality ถูกกำหนดให้ต่ำกว่า overall materiality เพื่อเผื่อความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดเล็กน้อยหลายรายการรวมกันแล้วเกินระดับสาระสำคัญโดยรวม มิใช่เพื่อลดปริมาณงานหรือหลีกเลี่ยงความเห็นตามตัวเลือกอื่น

  4. 4. บริษัทแห่งหนึ่งมีลูกหนี้การค้าจำนวนมากราย แต่ละรายมียอดคงเหลือไม่สูงนัก ผู้สอบบัญชีประเมินความเสี่ยงจากการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของยอดลูกหนี้อยู่ในระดับต่ำ และไม่มีเหตุผลให้เชื่อว่าผู้ตอบยืนยันยอดจะเพิกเฉยต่อคำขอ ตามมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 505 วิธีการยืนยันยอดแบบใดเหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นี้

    • A. การยืนยันยอดแบบเชิงลบ (Negative Confirmation) เนื่องจากความเสี่ยงต่ำและยอดคงเหลือมีจำนวนมากรายที่มูลค่าไม่สูง
    • B. การยืนยันยอดแบบเชิงบวก (Positive Confirmation) กับลูกหนี้ทุกราย เนื่องจากเป็นวิธีที่ให้หลักฐานน่าเชื่อถือสูงสุดเสมอ
    • C. การงดเว้นการยืนยันยอดและใช้วิธีวิเคราะห์เปรียบเทียบแทนทั้งหมด เนื่องจากความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ
    • D. การยืนยันยอดแบบเชิงบวกเฉพาะลูกหนี้ที่มียอดคงเหลือสูงสุดเพียงไม่กี่รายเท่านั้น
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ A — การยืนยันยอดแบบเชิงลบ (Negative Confirmation) เนื่องจากความเสี่ยงต่ำและยอดคงเหลือมีจำนวนมากรายที่มูลค่าไม่สูง

    TSA 505 อนุญาตให้ใช้การยืนยันยอดเชิงลบได้เมื่อความเสี่ยงของการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอยู่ในระดับต่ำ ยอดคงเหลือประกอบด้วยรายการจำนวนมากที่มีมูลค่าไม่สูง และไม่มีเหตุให้เชื่อว่าผู้ตอบจะเพิกเฉย ส่วนตัวเลือก B ไม่ถูกต้องเพราะการยืนยันยอดเชิงบวกไม่จำเป็นเสมอไปเมื่อความเสี่ยงต่ำ และตัวเลือก C กับ D ไม่สอดคล้องกับหลักการเลือกวิธียืนยันยอดตามระดับความเสี่ยงที่ประเมินได้

  5. 5. ตามมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง) ผู้สอบบัญชีต้องปฏิบัติวิธีการประเมินความเสี่ยงชุดใดเป็นอย่างน้อย เพื่อให้ได้มาซึ่งความเข้าใจเกี่ยวกับกิจการและสภาพแวดล้อมของกิจการ รวมถึงการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้อง

    • A. การสอบถามฝ่ายบริหารและบุคคลอื่นภายในกิจการ การวิเคราะห์เปรียบเทียบ และการสังเกตการณ์และการตรวจสอบ
    • B. การยืนยันยอดกับบุคคลภายนอก การตรวจนับสินทรัพย์ และการคำนวณซ้ำ
    • C. การทดสอบการควบคุมและการทดสอบเนื้อหาสาระในทุกรายการบัญชีที่มีนัยสำคัญ
    • D. การสุ่มตัวอย่างทางสถิติและการประเมินผลความคลาดเคลื่อนที่พบจากตัวอย่าง
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ A — การสอบถามฝ่ายบริหารและบุคคลอื่นภายในกิจการ การวิเคราะห์เปรียบเทียบ และการสังเกตการณ์และการตรวจสอบ

    TSA 315 กำหนดวิธีการประเมินความเสี่ยงขั้นต่ำสามวิธี ได้แก่ การสอบถาม การวิเคราะห์เปรียบเทียบ และการสังเกตการณ์และการตรวจสอบ ส่วนตัวเลือก B และ C เป็นวิธีการรวบรวมหลักฐานเชิงเนื้อหาสาระหรือการทดสอบการควบคุมที่ทำในขั้นตอบสนองความเสี่ยง ไม่ใช่ขั้นประเมินความเสี่ยง และตัวเลือก D เป็นเทคนิคการสุ่มตัวอย่างซึ่งใช้ในขั้นตอนอื่น

ทำต่อแบบจับเวลา

ส่งแล้วเห็นคะแนนรายวิชาทันที ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบาย

เริ่มทำฟรี 12 ข้อ ไม่ต้องสมัคร →

ชุดรวม CPA Thailand

3 ชุด · 327 ข้อ · จ่ายครั้งเดียว ฿149

ใช้ได้ตลอดสำหรับชุดที่มีในวันที่ซื้อ

ดูชุดรวม ฿149 →

ชุดซ้อมที่มีหัวข้อการสอบบัญชี 1

หัวข้ออื่นในแนวข้อสอบ CPA

ดูแนวข้อสอบทั้งหมดได้ที่ หน้า CPA Thailand