แพทยศาสตร์ — Practice Pilot 2569
30 ข้อ
รายละเอียด
ข้อสอบฝึกฝน TCAS Round 3 (กสพท) ปีการศึกษา 2569 สำหรับเตรียมสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ 5 มหาวิทยาลัยอันดับต้น (จุฬาฯ, ศิริราช, รามาธิบดี, ขอนแก่น, เชียงใหม่) รูปแบบข้อสอบ: - 12 ข้อ TPAT1 (กสพท) — จิตวิทยาแพทย์ + จริยธรรมแพทย์ (5 ตัวเลือก A–E) - 6 ข้อ A-Level ชีววิทยา, 6 ข้อ A-Level เคมี, 4 ข้อ A-Level ฟิสิกส์, 2 ข้อ A-Level คณิตศาสตร์ (4–5 ตัวเลือก) เวลา 60 นาที ทำได้ตามลำดับ ไม่บังคับเรียง ข้อพึงระวัง: ข้อสอบจริยธรรมแพทย์อ้างอิงข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 และคำประกาศสิทธิผู้ป่วย — กรุณาอ่านเฉลยอย่างละเอียดเพื่อเข้าใจหลักจริยธรรม ไม่ใช่เพียงจำคำตอบ สำหรับใช้ฝึกฝน ไม่ใช่ข้อสอบจริง ลิขสิทธิ์เฉพาะ tue.expert
🆓 ตัวอย่างข้อสอบ
1.
ผู้ป่วยชายอายุ 45 ปี เข้ารับการรักษาด้วยอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง แพทย์ตรวจพบว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (acute MI) ต้องเข้ารับการสวนหัวใจ (PCI) โดยด่วน ก่อนทำหัตถการแพทย์อธิบายความเสี่ยงให้ผู้ป่วยฟัง แต่ผู้ป่วยยังมีอาการเจ็บหน้าอกมาก หายใจไม่ออก ลูกชายอายุ 22 ปีเป็นญาติคนเดียวที่อยู่ด้วยและบอกว่า 'ขอเซ็นแทนพ่อก็แล้วกันครับ พ่อรับไม่ไหวแล้ว' แพทย์ควรปฏิบัติอย่างไรจึงเหมาะสมที่สุดตามหลักจริยธรรม
A. ให้ลูกชายเซ็นยินยอมแทนทันที เพราะถือว่าเป็นญาติสายตรงและสถานการณ์ฉุกเฉิน
B. ปฏิเสธการทำหัตถการจนกว่าผู้ป่วยจะลงนามยินยอมด้วยตนเองได้ครบถ้วน
C. ประเมินสติสัมปชัญญะของผู้ป่วยและความสามารถในการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ถ้าผู้ป่วยยังตัดสินใจได้ให้อธิบายโดยย่อและรับ verbal consent โดยมีพยาน ถ้าตัดสินใจไม่ได้ให้ใช้หลัก emergency / implied consent
D. โทรปรึกษาภรรยาผู้ป่วยทางโทรศัพท์เพื่อขอ consent ก่อนทำหัตถการ
E. ให้ลูกชายอ่านเอกสาร consent แทนผู้ป่วยและเซ็นในนามผู้ป่วย
2.
ผู้ป่วยหญิงอายุ 78 ปี เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย ครอบครัวมาขอแพทย์ว่า 'อย่าบอกผู้ป่วยว่าเป็นมะเร็งเลยค่ะ คุณยายใจไม่ดี กลัวจะคิดมาก' แพทย์ควรปฏิบัติอย่างไรจึงเหมาะสมที่สุด
A. ปฏิบัติตามที่ครอบครัวร้องขอเพื่อรักษาความรู้สึกของผู้ป่วยและไม่ให้ครอบครัวไม่พอใจ
B. บอกความจริงทั้งหมดต่อผู้ป่วยทันทีโดยไม่สนใจคำขอของครอบครัว เพราะเป็นสิทธิของผู้ป่วย
C. คุยกับครอบครัวเพื่อเข้าใจความกังวล จากนั้นค่อยๆ ประเมินผู้ป่วยว่าต้องการทราบข้อมูลแค่ไหน เคารพสิทธิผู้ป่วยที่จะได้รับและปฏิเสธข้อมูล (right to know / right not to know) แล้วบอกความจริงในจังหวะที่เหมาะสม
D. ให้พยาบาลเป็นผู้บอกผู้ป่วยแทน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับครอบครัว
E. ส่งต่อผู้ป่วยไปแพทย์อื่นเพื่อให้แพทย์คนใหม่ตัดสินใจ
3.
นักศึกษาแพทย์ปี 5 พบเพื่อนร่วมชั้นเดียวกันลอกข้อสอบในการสอบ comprehensive exam ปีสุดท้าย เพื่อนคนนั้นเป็นเพื่อนสนิท พ่อแม่ยากจน และต้องเรียนจบเพื่อกลับไปทำงานที่บ้านเกิด นักศึกษาแพทย์คนนั้นควรปฏิบัติอย่างไรจึงเหมาะสมที่สุดตามจรรยาบรรณวิชาชีพ
A. เก็บเรื่องเงียบ เพราะเป็นเพื่อนสนิทและสถานการณ์ของเพื่อนน่าเห็นใจ
B. คุยกับเพื่อนตรงๆ เตือนให้แก้ไขและไปสารภาพต่ออาจารย์ ถ้าเพื่อนไม่ยอมจึงรายงานต่อผู้รับผิดชอบ
C. ไปบอกเพื่อนคนอื่นในกลุ่มเพื่อให้รู้กันแต่ไม่บอกอาจารย์
D. โพสต์ลง social media เพื่อให้สังคมเป็นพยาน
E. รายงานต่อคณบดีทันทีโดยไม่บอกเพื่อนก่อน
ราคา
ฟรี