ข้ามไปเนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบ กว. Internal Combustion Engines พร้อมเฉลย

ชุดซ้อมหัวข้อนี้ 25 ข้อ · ใน 1 ชุด · เฉลยพร้อมคำอธิบายทุกข้อ

หัวข้อ “Internal Combustion Engines” เป็นส่วนหนึ่งของการสอบใบอนุญาตภาคีวิศวกร (กว.) บน TUE.expert มีข้อซ้อมหัวข้อนี้ 25 ข้อ อยู่ใน 1 ชุดซ้อม ด้านล่างคือตัวอย่าง 5 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ลองตอบเองก่อน แล้วกด “ดูเฉลย” ใต้แต่ละข้อเพื่อตรวจคำตอบ

ตัวอย่างข้อสอบ Internal Combustion Engines 5 ข้อ

  1. 1. ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างซูเปอร์ชาร์จเจอร์ (Supercharger) กับเทอร์โบชาร์จเจอร์ (Turbocharger) คือข้อใด

    • A. ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ขับด้วยกำลังงานกลจากเครื่องยนต์โดยตรง ส่วนเทอร์โบชาร์จเจอร์ขับด้วยพลังงานจากแก๊สไอเสีย
    • B. ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ใช้ได้เฉพาะกับเครื่องยนต์ดีเซลเท่านั้น ส่วนเทอร์โบชาร์จเจอร์ใช้ได้เฉพาะกับเครื่องยนต์เบนซินเท่านั้น
    • C. ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ไม่ช่วยเพิ่มความดันอากาศเข้า แต่เทอร์โบชาร์จเจอร์ช่วยเพิ่มความดันอากาศเข้า
    • D. ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ทำงานได้เฉพาะที่ความเร็วรอบสูงเท่านั้น ส่วนเทอร์โบชาร์จเจอร์ทำงานได้เฉพาะที่ความเร็วรอบต่ำเท่านั้น
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ A — ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ขับด้วยกำลังงานกลจากเครื่องยนต์โดยตรง ส่วนเทอร์โบชาร์จเจอร์ขับด้วยพลังงานจากแก๊สไอเสีย

    ซูเปอร์ชาร์จเจอร์เชื่อมต่อทางกลกับเพลาเครื่องยนต์ผ่านสายพานหรือเฟือง ขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ใช้พลังงานความร้อนและความดันจากแก๊สไอเสียขับกังหัน ทั้งสองระบบเพิ่มความดันอากาศเข้าได้ทั้งคู่และไม่ได้จำกัดเฉพาะชนิดเชื้อเพลิงหรือช่วงความเร็วรอบตามที่ระบุในตัวเลือกอื่น

  2. 2. ปัจจัยใดต่อไปนี้มีผลทำให้ต้องเพิ่มมุมองศาจุดระเบิดล่วงหน้า (Spark Advance) ในเครื่องยนต์ SI

    • A. ความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น ทำให้เวลาที่เปลวไฟใช้แพร่กระจายในกระบอกสูบสั้นลงตามมุมเพลาข้อเหวี่ยง
    • B. ภาระเครื่องยนต์ (Load) ที่สูงขึ้นทำให้ส่วนผสมเข้มข้นขึ้นจนต้องจุดระเบิดช้าลง
    • C. การใช้เชื้อเพลิงที่มีเลขออกเทนสูงขึ้นทำให้ต้องจุดระเบิดช้าลงเสมอ
    • D. อุณหภูมิไอดีที่ต่ำลงทำให้ต้องจุดระเบิดช้าลงเสมอ
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ A — ความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น ทำให้เวลาที่เปลวไฟใช้แพร่กระจายในกระบอกสูบสั้นลงตามมุมเพลาข้อเหวี่ยง

    เมื่อรอบเครื่องยนต์สูงขึ้น เวลาจริงต่อองศาเพลาข้อเหวี่ยงสั้นลง จึงต้องจุดระเบิดล่วงหน้ามากขึ้นเพื่อให้เปลวไฟเผาไหม้เสร็จใกล้ตำแหน่งที่ให้กำลังสูงสุด ตัวเลือก B C และ D ระบุทิศทางผลตรงข้ามกับความเป็นจริง

  3. 3. ดัชนีความหนืด (Viscosity Index, VI) ของน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์มีความหมายว่าอย่างไร

    • A. ตัวเลขที่บ่งบอกอัตราการเปลี่ยนแปลงความหนืดของน้ำมันเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง โดยค่า VI สูงหมายถึงความหนืดเปลี่ยนแปลงน้อยเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน
    • B. ค่าความหนืดสัมบูรณ์ของน้ำมันที่วัดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส
    • C. ปริมาณสารเพิ่มคุณภาพ (Additive) ที่ผสมอยู่ในน้ำมันหล่อลื่น
    • D. ความสามารถของน้ำมันในการละลายคราบเขม่าและสิ่งสกปรกภายในเครื่องยนต์
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ A — ตัวเลขที่บ่งบอกอัตราการเปลี่ยนแปลงความหนืดของน้ำมันเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง โดยค่า VI สูงหมายถึงความหนืดเปลี่ยนแปลงน้อยเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน

    ดัชนีความหนืดบ่งบอกความคงตัวของความหนืดน้ำมันต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ค่า VI สูงหมายถึงน้ำมันมีความหนืดเปลี่ยนแปลงน้อยทั้งในสภาวะร้อนและเย็น ส่วนตัวเลือกอื่นเป็นคุณสมบัติด้านเกรดความหนืด สารเติมแต่ง หรือความสามารถในการชำระล้างซึ่งคนละประเด็นกับดัชนีความหนืด

  4. 4. ข้อใดเป็นแนวทางที่ช่วยลดโอกาสเกิดการน็อค (Knock) ในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ (SI Engine) ได้อย่างถูกต้อง

    • A. ลดอัตราส่วนกำลังอัดและปรับมุมจุดระเบิดให้ช้าลง (Retard) เพื่อลดอุณหภูมิและความดันสูงสุดก่อนเปลวไฟหลักแพร่ไปถึง
    • B. เพิ่มอัตราส่วนกำลังอัดและปรับมุมจุดระเบิดให้เร็วขึ้น (Advance) เพื่อให้เผาไหม้สมบูรณ์เร็วขึ้น
    • C. เพิ่มอุณหภูมิไอดีเพื่อให้ส่วนผสมระเหยและเผาไหม้ได้เร็วขึ้น
    • D. ใช้เชื้อเพลิงที่มีเลขออกเทนต่ำลงเพื่อให้จุดติดไฟง่ายขึ้น
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ A — ลดอัตราส่วนกำลังอัดและปรับมุมจุดระเบิดให้ช้าลง (Retard) เพื่อลดอุณหภูมิและความดันสูงสุดก่อนเปลวไฟหลักแพร่ไปถึง

    การน็อคเกิดจากส่วนผสมที่เปลวไฟหลักยังแพร่ไปไม่ถึงเกิดการจุดระเบิดเองก่อนเวลาเนื่องจากอุณหภูมิและความดันสูงเกินไป การลดอัตราส่วนกำลังอัดและหน่วงมุมจุดระเบิดช่วยลดอุณหภูมิและความดันสูงสุดจึงลดโอกาสน็อค ส่วนตัวเลือก B C และ D ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการน็อครุนแรงขึ้น

  5. 5. ควันดำ (Black Smoke) หรืออนุภาคมลสาร (Particulate Matter) จากเครื่องยนต์ดีเซลเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุหลักใด

    • A. การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงในบริเวณที่ส่วนผสมหนาเกินไปขณะเผาไหม้แบบแพร่กระจาย (Diffusion Combustion)
    • B. อุณหภูมิในห้องเผาไหม้สูงเกินไปจนเกิดการแตกตัวของไนโตรเจนในอากาศ
    • C. ส่วนผสมอากาศ-เชื้อเพลิงบางเกินไปทั่วทั้งห้องเผาไหม้
    • D. ใช้เชื้อเพลิงที่มีเลขซีเทนสูงเกินไปจนเผาไหม้เร็วกว่าปกติ
    ดูเฉลย

    คำตอบ: ข้อ A — การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงในบริเวณที่ส่วนผสมหนาเกินไปขณะเผาไหม้แบบแพร่กระจาย (Diffusion Combustion)

    ควันดำเกิดจากคาร์บอนที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ในบริเวณที่ส่วนผสมหนาเกินไประหว่างการเผาไหม้แบบแพร่กระจายในละอองเชื้อเพลิง ส่วนอุณหภูมิสูงที่ทำให้ไนโตรเจนแตกตัวเป็นสาเหตุของ NOx ไม่ใช่ควันดำ และส่วนผสมบางโดยรวมมักช่วยลดควันดำ

ทำต่อแบบจับเวลา

ส่งแล้วเห็นคะแนนรายวิชาทันที ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบาย

เริ่มทำฟรี 12 ข้อ ไม่ต้องสมัคร →

ชุดรวมกว. สภาวิศวกร

10 ชุด · 976 ข้อ · จ่ายครั้งเดียว ฿199

ใช้ได้ตลอดสำหรับชุดที่มีในวันที่ซื้อ

ดูชุดรวม ฿199 →

ชุดซ้อมที่มีหัวข้อ Internal Combustion Engines

หัวข้ออื่นในแนวข้อสอบ กว.

ดูแนวข้อสอบทั้งหมดได้ที่ หน้ากว. สภาวิศวกร