แนวข้อสอบครูผู้ช่วย จิตวิทยาและการดูแลเด็กวัยประถม พร้อมเฉลย
ชุดซ้อมหัวข้อนี้ 15 ข้อ · ใน 1 ชุด · เฉลยพร้อมคำอธิบายทุกข้อ
หัวข้อ “จิตวิทยาและการดูแลเด็กวัยประถม” เป็นส่วนหนึ่งของการสอบครูผู้ช่วยและใบประกอบวิชาชีพครู บน TUE.expert มีข้อซ้อมหัวข้อนี้ 15 ข้อ อยู่ใน 1 ชุดซ้อม ด้านล่างคือตัวอย่าง 5 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ลองตอบเองก่อน แล้วกด “ดูเฉลย” ใต้แต่ละข้อเพื่อตรวจคำตอบ
ตัวอย่างข้อสอบจิตวิทยาและการดูแลเด็กวัยประถม 5 ข้อ
1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คนหนึ่งมีผลการทดสอบเชาวน์ปัญญาอยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถเข้าใจคำอธิบายด้วยวาจาได้ดีและมีสมาธิในการทำกิจกรรมอื่นตามปกติ แต่มีปัญหาด้านการอ่านสะกดคำและเขียนตัวอักษรสลับตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง แม้ได้รับการฝึกฝนตามวัยแล้ว ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับภาวะใดมากที่สุด และครูควรดำเนินการอย่างไรเป็นลำดับแรก
- A. ภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้เฉพาะด้านการอ่าน (LD) ครูควรส่งต่อเพื่อประเมินและจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
- B. ภาวะสมาธิสั้น (ADHD) ครูควรปรับพฤติกรรมด้วยการให้พักบ่อยขึ้นระหว่างเรียน
- C. ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา ครูควรลดเนื้อหาการเรียนทุกวิชาให้ง่ายลงทั้งหมด
- D. พฤติกรรมต่อต้านการเรียนรู้ตามปกติของวัย ครูไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม
ดูเฉลย
คำตอบ: ข้อ A — ภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้เฉพาะด้านการอ่าน (LD) ครูควรส่งต่อเพื่อประเมินและจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
เชาวน์ปัญญาปกติ สมาธิปกติ แต่มีปัญหาเฉพาะด้านการอ่านและเขียนสลับตัวอักษรอย่างต่อเนื่องแม้ฝึกฝนแล้ว เป็นลักษณะเฉพาะของ LD ด้านการอ่าน ครูจึงควรส่งต่อเพื่อประเมินและจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) ไม่ใช่ ADHD ที่มีปัญหาด้านสมาธิเป็นหลัก หรือภาวะบกพร่องทางสติปัญญาที่จะกระทบทุกด้านของการเรียนรู้
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 คนหนึ่งลุกจากที่นั่งรบกวนเพื่อนบ่อยครั้งระหว่างเรียน ครูได้ตักเตือนด้วยวาจาหลายครั้งแต่พฤติกรรมไม่เปลี่ยนแปลง แนวทางใดสอดคล้องกับหลักวินัยเชิงบวกและการจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน
- A. พูดคุยกับนักเรียนเป็นการส่วนตัวเพื่อหาสาเหตุของพฤติกรรม แล้วร่วมกันกำหนดข้อตกลงและผลเชิงเหตุผลที่ชัดเจนหากทำผิดซ้ำ
- B. ให้นักเรียนยืนอยู่หน้าชั้นเรียนตลอดคาบเพื่อเป็นตัวอย่างแก่เพื่อนคนอื่น
- C. ลดคะแนนความประพฤติทันทีโดยไม่แจ้งเหตุผลหรือพูดคุยกับนักเรียนก่อน
- D. ย้ายนักเรียนออกจากห้องเรียนไปนั่งเรียนคนเดียวถาวรโดยไม่แจ้งผู้ปกครอง
ดูเฉลย
คำตอบ: ข้อ A — พูดคุยกับนักเรียนเป็นการส่วนตัวเพื่อหาสาเหตุของพฤติกรรม แล้วร่วมกันกำหนดข้อตกลงและผลเชิงเหตุผลที่ชัดเจนหากทำผิดซ้ำ
หลักวินัยเชิงบวกเน้นการทำความเข้าใจสาเหตุของพฤติกรรมและให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดข้อตกลง พร้อมผลเชิงเหตุผลที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล ซึ่งช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนมากกว่าการลงโทษที่ทำให้อับอายหรือแยกออกจากกลุ่มโดยไม่มีการสื่อสารกับนักเรียนและผู้ปกครอง
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาคนหนึ่งไม่ลอกการบ้านเพื่อนเพราะกลัวครูจับได้แล้วจะถูกทำโทษ การให้เหตุผลเชิงจริยธรรมลักษณะนี้ตรงกับขั้นใดตามทฤษฎีของโคลเบิร์ก (Kohlberg)
- A. ขั้นการลงโทษและการเชื่อฟัง (Punishment and Obedience Orientation)
- B. ขั้นสัญญาทางสังคม (Social Contract Orientation)
- C. ขั้นกฎเกณฑ์ทางสังคมและระเบียบ (Law and Order Orientation)
- D. ขั้นหลักจริยธรรมสากล (Universal Ethical Principle)
ดูเฉลย
คำตอบ: ข้อ A — ขั้นการลงโทษและการเชื่อฟัง (Punishment and Obedience Orientation)
การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเพราะกลัวการถูกลงโทษโดยตรงเป็นลักษณะของขั้นที่ 1 ในระดับก่อนกฎเกณฑ์ (Punishment and Obedience) ซึ่งเด็กยังตัดสินถูกผิดจากผลที่ตามมาต่อตนเอง ไม่ใช่จากความเข้าใจกฎเกณฑ์สังคมหรือหลักจริยธรรมที่ซับซ้อนกว่าในขั้นสูง
4. เดิมนักเรียนคนหนึ่งชอบอ่านหนังสือในเวลาว่างด้วยความสนใจของตนเอง แต่เมื่อครูเริ่มให้รางวัลเป็นสติกเกอร์ทุกครั้งที่อ่านหนังสือ นักเรียนกลับอ่านหนังสือน้อยลงเมื่อไม่ได้รับสติกเกอร์ ปรากฏการณ์นี้อธิบายได้ด้วยแนวคิดใด
- A. ปรากฏการณ์ผลกระทบจากการให้รางวัลเกินควร (Overjustification Effect) ที่ทำให้แรงจูงใจภายในลดลง
- B. ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow’s Hierarchy of Needs)
- C. การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของพาฟลอฟ (Classical Conditioning)
- D. ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget)
ดูเฉลย
คำตอบ: ข้อ A — ปรากฏการณ์ผลกระทบจากการให้รางวัลเกินควร (Overjustification Effect) ที่ทำให้แรงจูงใจภายในลดลง
การให้รางวัลภายนอกซ้ำๆ กับพฤติกรรมที่เด็กทำด้วยแรงจูงใจภายในอยู่แล้ว อาจทำให้แรงจูงใจภายในลดลงเมื่อรางวัลหายไป ซึ่งตรงกับแนวคิด Overjustification Effect ส่วนตัวเลือกอื่นเป็นทฤษฎีที่อธิบายเรื่องอื่นและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์นี้โดยตรง
5. เครื่องมือที่สถานศึกษาไทยนิยมใช้ในขั้นตอนคัดกรองนักเรียนของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนด้านพฤติกรรมและอารมณ์ของนักเรียนคือข้อใด
- A. แบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อน (Strengths and Difficulties Questionnaire: SDQ)
- B. แบบทดสอบเชาวน์ปัญญาเวคสเลอร์ (Wechsler Intelligence Scale)
- C. แบบทดสอบบุคลิกภาพเอ็มเอ็มพีไอ (MMPI)
- D. แบบทดสอบความถนัดทางการเรียน (Scholastic Aptitude Test)
ดูเฉลย
คำตอบ: ข้อ A — แบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อน (Strengths and Difficulties Questionnaire: SDQ)
SDQ เป็นเครื่องมือคัดกรองที่ใช้แพร่หลายในสถานศึกษาไทยเพื่อประเมินพฤติกรรมและอารมณ์ของนักเรียนในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ส่วนแบบทดสอบเชาวน์ปัญญาและบุคลิกภาพในตัวเลือกอื่นเป็นเครื่องมือเฉพาะทางที่ใช้ในบริบทอื่นและไม่ใช่เครื่องมือคัดกรองหลักในระบบนี้
ทำต่อแบบจับเวลา
ส่งแล้วเห็นคะแนนรายวิชาทันที ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบาย
เริ่มทำฟรี 12 ข้อ ไม่ต้องสมัคร →ชุดรวมครูผู้ช่วย
18 ชุด · 1,591 ข้อ · จ่ายครั้งเดียว ฿199
ใช้ได้ตลอดสำหรับชุดที่มีในวันที่ซื้อ
ดูชุดรวม ฿199 →ชุดซ้อมที่มีหัวข้อจิตวิทยาและการดูแลเด็กวัยประถม
หัวข้ออื่นในแนวข้อสอบครูผู้ช่วย
ดูแนวข้อสอบทั้งหมดได้ที่ หน้าครูผู้ช่วย